ถ้า...แล้ว....
posted on 02 Oct 2011 20:23 by maymechan
ช่วงนี้ คิดแต่ว่า แอดมันไปจะดีมั้ย????
ช่วงนี้ คิดแต่ว่า แอดมันไปจะดีมั้ย????
วันนี้เรายอมแพ้แล้ว ต่อความรู้สึก วินาทีนี้ไม่มีอะไรปิดบัง
ริมหน้าต่างของอะพาร์ทเม้นบนตึกสูงกลางดาวน์ทาวน์ในชิคาโก้...
เรากำลังค่อยๆเผยความจริงออกมาในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้ ต่อหน้าแลปทอปที่หิ้วข้ามรัฐจากเพนนซิลเวเนียมาโอไฮโอ...
ความอ่อนแอ ปิดบังเอาไว้ ..คนอื่นที่เผยออกมามันทำให้เราอยากจะอ้วก กระทืบซ้ำต่อความน่าสมเพช
ต่อให้อัดอั้น คิดเสมอว่าชีวิตเหมือนการใส่ส้นสูง ถึงจะเจ็บเท้าและฝืนไปทั้งร่าง แต่ขอให้ดูดีก็พอ การทำตัวเองแบบนี้มันน่าเหนื่อยหน่ายและไม่มีใครเข้าใจ
...มีคนหนึ่งที่เข้าใจ แต่เรากำลังจะwalk away for good...
ทิ้งบล็อคโง่ๆไว้...ลบออกแล้วเขียนใหม่ เพื่อลบออกอีกครั้ง ผ่านไปสิบปีบล๊อคนี้ก็ยังอยู่... เราเขียนพ่ายแพ้ในเฟสบุ๊คไม่ลง มันมากเกินไป...
เรามาทำอะไรที่อเมริกา?? มันดูดี วิเศษจริงๆ เวลาที่ไม่ต้องอยู่กับนิสัยบางอย่างแบบในสังคมไทย
ทำไม???? ทำไมพ่อแม่ต้องเลี้ยงเรามาแบบตะวันตก มันแปลกแยกและแตกต่าง แล้วตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าที่นี้ก็แตกต่าง เรามันเหมือนพวกสิ่งมีชีวิตครึ่งสายพันธ์..ยังไงก็แตกแยก
เราอยากอันตรธานมากๆ จริงๆ...ถึงแม้จะข้ามช่วงเวลาแห่งความตกต่ำของไบโพล่าและโรคซึมเศร้าได้แล้ว แต่เราได้แต่อยากหนีจากตรงนี้
ตอนอยู่ ERIE เราอยากหนีออกจากเพนนซิลเวเนียมากๆ โอเคทุกคนรักเรา ไม่เหงา ทำอะไรก็วิเศษ มีแต่คนให้ความสนใจ แต่เราไม่ใช่ดารานักแสดงอะไร...ไม่ได้มีใครมาดูผลงานของเราแล้วชื่นชอบ ทำไม?? ต้องการอะไร?? อย่ามาแตะต้องตัวเรา! ทุกคนเห็นเราแล้วคิดแต่เรื่องแบบนั้น..มันน่าดีใจหรอ เราควรจะทำตัวยังไง? เราได้แต่ฉกฉวยผลประโยชน์จากคนเหล่านั้น มันทำให้เรารู้สึกเหนือกว่า แต่อยากหลุดพ้นซะที อย่ามายุ่งกับเรา...
นานมาแล้ว มีแต่คนควักหัวใจเราออกไปซ้ำๆ เสียบแทงกระทืบความรู้สึกเราเข้าไป วันนี้เราถึงแข็งแกร่ง...
เราไม่สนหรอกนะว่ามันจะเป็นยังไง ต่อเมื่อเรายังเป็นผู้อ่านเกมส์ขาด และควบคุมทุกคนเอาไว้ได้
..แต่มันจะมีประโยชน์อะไร เปล่าเปลี่ยว อ้างว้างเมื่อมองทุกคนรอบตัวเป็นเพียงเศษมนุษย์หน้าโง่ เศษมนุษย์ที่เรากลิ้งเกลือกด้วย พวกเดนที่นี้ ทำให้เราอยากกลับไปกอดเพื่อนของเราจริิงๆ ทุกคนที่รู้จักเและเข้าในตัวตนของเราจริงๆ พวกเพื่อนๆที่ไม่สำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองฉลาดนักหนา... พวกที่ไม่ทำหน้าเหว๋อเวลาเราพูดถึงเรื่องที่เหนือระดับปัญญาความคิด
รอเวลาที่จะได้กลับไป ระบายความเกลียดชังต่อคนข้างกายในตอนนี้ให้เพื่อนฟัง เราจำเป็นต้องแสร้งสนุกสนานและเออออตาม แต่ในใจสุดรังเกียจ แขยงและสมเพช พวกสวะน่าเวทนาที่หลอกตัวเอง พวกสัตว์ต่ำชั้นหมดทางเยียวยา
ขอความศิวิไลให้ชีวิตเราหน่อยเถอะ...
กระนั่น ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คนที่เข้าใจ ไม่ทำอะไรให้ขุ่นเคือง ดูดี และไหลลื่น
ทุกอย่างที่สมบูรณ์แบบ ทุกอย่างที่เราจะคาดหวังได้.. มันผ่านมาในคืนวันหนึ่ง จนสายๆของอีกวัน... ในช่วงเวลาระหว่างนั้น เราอยากจะหนีออกมา อยากให้มันดำเนินไปจนจบแล้วเรากลับมาอยู่คนเดียว ด้านชาเป็นที่สุด
จนเวลา วัน...สองวัน... ถึงค่อยๆรับรู้
The more one knows, The less one believe. เราปล่อยมันไปแบบนี้ดีกว่า ความทรงจำเท่ๆสมบูรณ์แบบ คงจะดีกว่าถ้าจะไปทำลายมัน อะไรก็หอมหวานเมื่อมันยังไม่เน่า...
อีกอย่าง...เราจะเชื่อได้แค่ไหนกันเชียว
อะไรที่ดีเกินจริง ก็เพราะมันไม่จริง walk away like I always do ดีกว่า...

แล้วจะทำยังไง จะมีที่ไหนที่เราอยากอยู่ ที่ไหนกับใคร? เมื่อไหร่?
โปรดอย่าบอกว่าเรื่องมันง่าย หรือให้สร้างความหมาย ในเมื่อจิตใจไม่สามารถบังคับได้ ในเมื่อชีวิตจริงเราทำได้ดีกว่าคุณเป็นไหนๆ คุณรู้มั้ยว่ามันยากเย็นที่จะเป็นเรา ที่จะเลือกทำในสิ่งที่กลายเป็นเรา เราเลือกทางที่ยากกว่าให้ตัวเองแต่ไม่เคยบ่นหรือแสดงออกได้ถึงเสี้ยวเดียวของความอ่อนล้า เรามักพูดว่ามันง่ายดายและเราสบายดี และทำทุกอย่างให้ดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องตลกขำๆ(เพราะนั่นคือสิ่งที่เท่ และทำให้เราเคารพตัวเอง) แต่กับพวกสวะที่เอาแต่บ่นต่อว่าคนอื่นและสงสารแต่ตัวเอง กลับมาบอกว่าเราโชคดี สบาย แต่พวกมันลำบากยากเข็นเก่งกาจสามารถหยั่งงั้นหรอก อยากจะหัวเราะสิ้นดี ในมุมมืดของจิตใจ เราของสาปแช่งให้ไอ้พวกเวรนี้พบปะแต่สิ่งที่คู่ควรกะมัน
อย่าได้เอาตัวมาเทียบชั้นกับเราเด็ดขาด
ชีวิตของเราที่เคยถูกบีบอัดเอาไว้ ในวันที่มีทางเลือกกลับไม่เหลือความหมายแล้ว
เข้าใจความเศร้าของเรามั้ย?????????????????????????????
เราจะเลือกทางที่ยากกว่าต่อไป ทางที่เย็นชา ทางที่น่านับถือ
เพราะเมื่อตายไป... เมื่อเราเหลือแค่ธาตุในอากาศ มันจะยังมีสิ่งที่น่าจดจำหลงเหลืออยู่ในวิถีของจักรวาล..
ไม่มีความสุข
ไม่อยากจะทำอะไร
ทำไมมันถึงแย่ได้ขนาดนี้
เบื่อหน่าย....
ใครก็ได้ชี้แจงถึงความสวยงามของชีวิตให้ทราบที!!!
ทำไมมันไร้อารมแบบนี้นะ ? ? ? ?
รสขมปนหวานของกาแฟและโกโก้...ไม่เคยชอบมันเลย
แล้วจะเอาแต่สั่งมอคค่ามาทำเกลืออะไรอยู่ได้วะ ! ! ! !
...หรือเป็นเพราะ ครั้งหนึ่ง เคยสั่งให้ใครคนนึงกินด้วยกัน...
เสียงเพลงแจ๊สที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังออกมาจากลำโพงที่ติดอยู่บนกำแพงอิฐสีเข้ม รวมๆแล้วก็เข้ากันได้ดีกับแสงเรืองรองสีส้มจากหลอดโคมไฟระย้าภายในร้าน
'เกลียดชะมัดเลยเพลงแจ๊ส!!!...'
วันแล้ววันเล่าที่พยายามจะคิดให้ออก....
ไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง
วันนี้ก็อีกเหมือนกัน หลังหมดคลาสเรียนแล้วกลับมาที่ห้อง ก็รีบหอบแล็ปท๊อปออกมาหาที่นั่งเงียบๆคนเดียว
กิ๊กบอกว่าอะไรหวานๆจะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น...ชักจะไม่แน่ใจซะแล้วซิ...
ทำไมถึงทำเรื่องโสมมแบบนั้นกันได้นะ!!!!!
ตอแหลทั้งเพ!! พวกเราไม่ใช่เพื่อนกัน...ไม่เคย และไม่มีวัน
สมสู่แล้วเน่าตายไปกับความลับที่ไม่มิดชิดของพวกนายเลย
กี่คนกันแล้ววะ . . . . อยากได้นักใช่มั้ย ต่อให้ต้องแล่เนื้อตัวเองขายก็ไม่มีวันให้ได้แตะอีก
แล้วนังผู้หญิงคนนั้นละ...ให้พวกนายไม่พอหรือไง? หยุดเสียงสั่นคลอนที่ถามออกมาว่าชั้นเป็นอะไรได้แล้ว!!!
ไม่สามารถจะทนมองหน้าพวกนายได้อีกแล้วด้วยซ้ำ
ปีแล้วปีเล่าที่หลับตาและปิดหูตัวเอง แต่มันก็ไม่สามารถหนีความจริงพ้น
แล้วเราละ?? มีคุณสมบัติที่จะไปตัดสินใครได้หรือไง...
ครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างมีความสามารถในการสรรหาสิ่งเลวๆให้กับตัวเองเสมอ..
หลังจากทุ่มเทซื้อให้แทบทุกอย่าง กลับได้ยินน้ำเสียงสั่นเครือที่เปล่งออกมาอย่างไม่แน่ใจโดยที่ไม่กล้าสบตาว่า 'เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไหร่หรอ?' ส่วนข้างๆนั้นคือรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ของยัยผู้หญิงที่บ่งการอยู่... นั่นมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนป.3เท่านั้น...
ไหนจะเด็กผู้หญิงตัวสูงยาวที่เตะตาทุกคนตอนปอสี่...หายตัวอย่างกับตายห่าไปแล้วงั้นแหละ
แล้วก็เด็กซนๆผิวขาวเนียนที่มีชื่อเดียวกัน และเด็กผู้หญิงตาคมโตนักแต่งบทละครที่มันหลงรัก... ก่อนที่ทุกๆคนจะเปลี่ยนใจ....ตลอดแปดปี
แล้วก็อีกเสี้ยวหนึ่งของตัวเรา..ก้อนเนื้อร้ายบัดซบที่คอยกัดกร่อนจนต้องตัดทิ้ง..
ตอนนี้..ก็มาเจ็บปวดกันคนตัวเล็กๆที่ไม่แคร์เลยซักนิด เธอเป็นหลุมทรายหรือยังไงกัน??
"แกมักจะอยู่เสริมกำลังใจเราตลอด... ชั้นจะทำไงถ้าไม่มีแก"
ขอบคุณนะ...................
"*อยู่ไหนน่ะ ฉันเส้าจังเลย มาเจอกันหน่อยสิ"
พิมพ์ประโยคพวกนี้ออกไป..ตอนนี้ต้องไปแล้วแหละ ได้เวลาที่จะต้องออกไปจากร้านกาแฟที่อบอุ่นแห่งนี้
หนึ่งร่างที่โอ้เอ้อยู่บนเตียงนอนที่เย็นเฉียบในห้องเล็กๆที่แสนวังเวง.. ห้าโมงเย็นแล้ว
แสงหม่นจากท้องฟ้าสีเทา ลอดผ่านผ้าม่านที่ไม่ไหวติง
ไม่มีการเคลื่อนไหวจากสิ่งที่อยู่ในกรงสีขาวขนาด40x120x80เมตรที่ใต้หน้าต่าง
เสียงเพลงยังคงดังต่อเนื่องจากแล๊ปท๊อปที่ร้อนระอุ.. ไม่มีอะไรคืบหน้า..
สงสัยถึงตัวตน กระเทาะเปลือกออกเพื่อพบกับความว่างปล่าว
เรามันโง่เหลือเกิน....... โง่กว่าหมู่คนโง่ทั้งหมด...
ถนัดจริงๆ กับเรื่องการลบทิ้ง..ลบสิ่งที่ไม่ชอบทิ้งไป ลบเรื่องราวที่อยากลืม ลบคนที่เห็นแก่ตัว..
ลบแม้กระทั้งตัวเอง แต่กลับทำได้ไม่สำเร็จถึงที่สุด ...
สุดท้ายก็แต่เคว้งคว้างอยู่กับช่องโหว่ที่ถูกทำร้ายโดยตัวเอง
โดนไล่ล่าจากสิ่งที่ตีตราเมินเอาไว้
เคยทำตัวเป็นผู้ชนะ..จู่ๆก็ระลึกได้ขึ้นมา...
"เรามันขี้แพ้"
จู่ๆก็เหมือนอากาศที่ผ่านปอดมันหายไป...
จู่ๆก็ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่ต่อไปอีกทำไม....